เข้าสู่ระบบ

ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร (Small Isolated Schools) มากกว่า 1,500 โรงเรียนทั่วประเทศที่ไม่สามารถยุบและควบรวมได้เนื่องจากมีระยะทางห่างไกลจากโรงเรียนข้างเคียงมากกว่า 10 กิโลเมตร หากนักเรียนที่ไม่มีพาหนะประเภทรถยนต์อาจต้องใช้เวลาเดินทางไป-กลับโรงเรียนนานมากกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน (ไป-กลับ) ซึ่งถือเป็นภาระการเดินทางของนักเรียนและผู้ปกครองที่สูงมากโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนและครอบครัวที่มีรายได้น้อยและไม่มีพาหนะในการเดินทาง โดยปัจจุบันสถานศึกษาที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวจัดการศึกษาให้กับนักเรียนราว 100,000 คนทั่วประเทศ

ความคืบหน้า 50%

พัฒนาระบบการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพของโรงเรียน (Fundamental School Quality Level : FSQL) แม้โรงเรียนอยู่ห่างไกลแต่มีคุณภาพทัดเทียมโรงเรียนในเมือง

หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร (Small Isolated Schools) มากกว่า 1,500 โรงเรียนทั่วประเทศที่ไม่สามารถยุบและควบรวมได้เนื่องจากมีระยะทางห่างไกลจากโรงเรียนข้างเคียงมากกว่า 10 กิโลเมตร หากนักเรียนที่ไม่มีพาหนะประเภทรถยนต์อาจต้องใช้เวลาเดินทางไป-กลับโรงเรียนนานมากกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน (ไป-กลับ) ซึ่งถือเป็นภาระการเดินทางของนักเรียนและผู้ปกครองที่สูงมากโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนและครอบครัวที่มีรายได้น้อยและไม่มีพาหนะในการเดินทาง โดยปัจจุบันสถานศึกษาที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวจัดการศึกษาให้กับนักเรียนราว 100,000 คนทั่วประเทศ

นอกจากนั้น หากพิจารณาข้อมูลระยะทางที่ห่างไกลจากโรงเรียนข้างเคียงเพิ่มขึ้นเป็น 20 กิโลเมตร หรือ เท่ากับระยะเวลาในการเดินทางมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน (ไป-กลับ) ของนักเรียนที่ไม่มีพาหนะในการเดินทางจะพบว่ามีโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารเป็นพิเศษดังกล่าวมากกว่า 800 โรงเรียน ซึ่งจัดการศึกษาให้นักเรียนอยู่มากกว่า 36,000 คน

อย่างไรก็ดี กระบวนการจัดสรรงบประมาณให้แก่สถานศึกษาเหล่านี้มากกว่าร้อยละ 95 ยังคงเป็นการจัดสรรตามอุปทาน (Supply-side Financing) ที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นและความต้องการพิเศษของสถานศึกษาและผู้เรียนเหล่านี้ โดยในส่วนของบริหารอัตรากำลังครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนงบประมาณด้านการศึกษากว่าร้อยละ 70-80 พบว่าสถานศึกษาเหล่านี้ยังคงประสบปัญหาครูไม่ครบชั้นและไม่ครบสาระวิชาทำให้บางสถานศึกษาครู 1-2 คนจำเป็นต้องสอนหลายช่วงชั้นและทุกสาระวิชา ในขณะที่การจัดสรรงบประมาณรายการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นงบอุดหนุนรายหัว (Per-Head Subsidy) และงบลงทุน ยังพบว่าไม่เพียงพอกับสภาพความจำเป็นที่แท้จริง เนื่องจากจำนวนนักเรียนต่อโรงเรียนมีน้อย ต่างจากโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนจำนวนมากกว่า ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กเยาวชนในโรงเรียนกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวพันกับสถานศึกษาจำนวนมากและจะพบเห็นได้แทบทุกจังหวัดในประเทศไทย รวมทั้งความเกี่ยวโยงกับระบบการจัดสรรงบประมาณ ระบบสารสนเทศ และกฏหมายระเบียบข้อบังคับต่างๆ จำนวนมาก การแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบจึงจำเป็นต้องมีการวิจัยพัฒนาองค์ความรู้เชิงระบบขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนำประสบการณ์การแก้ไขปัญหาลักษณะดังกล่าวในระดับนานาชาติมาประกอบการพิจารณา รวมทั้งมีการดึงเอาหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันศึกษาแนวทางการปฏิรูปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ในการนี้ ความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง กสศ. กับธนาคารโลก (World Bank) เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาของสถานศึกษาของสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร (Equitable Education for Isolated School) จะดำเนินการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือที่จำเป็นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจากประสบการณ์ระดับนานาชาติ ที่ธนาคารโลกได้ช่วยสนับสนุนการปฏิรูปและแก้ไขปัญหาดังกล่าวในประเทศที่ประสบความสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษาเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ เช่น เวียดนามและมาเลเซีย เป็นต้น

1) วิจัยพัฒนามาตรฐานปัจจัยพื้นฐานในการจัดการศึกษา (Fundamental School Quality Level: FSQL) เพื่อสนับสนุนการประเมินและพัฒนามาตรฐานปัจจัยพื้นฐานขั้นต่ำของสถานศึกษาขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลอย่างเป็นระบบ

2) วิจัยพัฒนาแนวทางการบริหารงบประมาณการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล ตามหลักความเสมอภาค (Equity-based Budgeting)

ระยะเวลาโครงการ

หมวดหมู่งานวิจัย