เข้าสู่ระบบ

โครงการจัดจ้างเพื่อสังเคราะห์ข้อมูลและถอดบทเรียนเพื่อส่งเสริมและขยายผลแนวทางการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคเอกชนในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

ความเป็นมาและความสําคัญ

การศึกษาเป็นกลไกที่สําคัญของการพัฒนาโดยรวมของแต่ละประเทศ ซึ่งทฤษฎีทุนมนุษย์ถือเป็นแนวคิดสําคัญและถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมากในแวดวงการศึกษามากมายในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะการได้รับความเสมอภาคในด้านคุณภาพโอกาสและผลลัพธ์ด้านการศึกษาเป็นเป้าหมายของรัฐบาลและมีองค์กรใหญ่ที่เป็นผู้บริจาคนานาชาติทุ่มเงินพันล้านดอลลาร์ โดยมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือคนจนในโลก เพื่อให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development; OECD) เป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีบทบาทสําคัญในการให้ข้อมูลวิจัยและคําปรึกษา แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีและจัดทําข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมความมั่นคง ความเท่าเทียม ความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยได้ให้การสนับสนุนเงินทุนทั้งแก่ภาครัฐและเอกชนจํานวนมากแก่ความพยายามพัฒนาด้านการศึกษาในระดับท้องถิ่นและระดับชาติในทุกสาขาการศึกษา อย่างไรก็ตามการพยายามผลักดันเพื่อการพัฒนาด้านการศึกษายังไม่บรรลุเป้าหมายเท่าที่ควร และนําไปสู่ผลสะท้อนที่ไม่คาดคิด รวมถึงความขัดแย้งของการเป็นประเทศด้อยพัฒนาหรือหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว ผลกระทบเหล่านี้ย่อมเป็นสาเหตุที่ทําให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในหลากหลายมิติ(ณัชชา มหปุญญานนท์และคณะ, 2566; International Social Science Council (ISSC), 2016)

การศึกษานอกระบบมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ําทางการศึกษาในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาภาคปกติ ระบบการศึกษานอกระบบสามารถปรับให้เหมาะสมกับผู้เรียนที่มีข้อจํากัดด้านเวลา สถานที่และภาระหน้าที่ เช่น การเรียนรู้ผ่านศูนย์การเรียนรู้ชุมชน การฝึกอบรมอาชีพ และหลักสูตรที่เน้นการพัฒนาทักษะที่สามารถนําไปใช้ได้จริงในตลาดแรงงาน การสนับสนุนการศึกษานอกระบบจึงเป็นแนวทางสําคัญในการช่วยให้เยาวชนและแรงงานที่ขาดโอกาสสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเอง และมีโอกาสเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมีคุณภาพ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2565) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 มีบทบาทสําคัญในการสนับสนุนการศึกษานอกระบบเพราะเป็นหน่วยงานที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ําทางการศึกษาโดยให้ทุนสนับสนุนแก่เด็กและเยาวชนจากครอบครัวยากจน รวมถึงกลุ่มเสี่ยงที่อาจหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยที่หน่วยงาน กสศ. มีภารกิจในการให้โอกาสทางการศึกษาผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น ทุนเสมอภาค การพัฒนาทักษะอาชีพและการสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งช่วยให้เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้ได้ตามความต้องการและศักยภาพของตนเอง นอกจากนี้ กสศ. ยังทํางานร่วมกับภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริมการพัฒนานโยบายที่เอื้อต่อการศึกษานอกระบบและการฝึกอบรมอาชีพ ทําให้เป็นกลไกสําคัญในการแก้ไขปัญหาการศึกษาของประเทศไทย (กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา, 2566)

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาหรือการพัฒนาเพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพ ตามความถนัด และมีศักยภาพที่จะพึ่งพาตนเองในการดํารงชีวิตได้และเพื่อให้สอดคล้องไปกับการเสนอมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ผ่านมาตรการที่ 4 มาตรการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการภาคเอกชนในการช่วยจัดการศึกษาหรือจัดการเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาหรือเรียนรู้ ควบคู่กับการทํางาน (Learn to Earn) สําหรับเด็กและเยาวชน อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป และเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็ก และพัฒนาทักษะการทํางานสมัยใหม่ที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งเป็นการเพิ่มรายได้ให้เด็กและเยาวชนมีรายได้เสริมระหว่างที่ศึกษาอยู่

เยาวชนนอกระบบการศึกษานับเป็นปัญหาสําคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความเหลื่อมล้ําทางการศึกษาในประเทศไทย การลดลงของจํานวนเยาวชนนอกระบบการศึกษาจาก 1,025,514 คน เหลือ 982,304 คนในปี พ.ศ. 2567 ถึงแม้ตัวเลขจะลดลงแต่ยังต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้เด็กและเยาวชนเหล่านี้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและพัฒนาทักษะให้เหมาะสมกับตลาดแรงงาน หากสามารถลดจํานวนเยาวชนนอกระบบการศึกษาสู่ระดับศูนย์ได้ ย่อมจะส่งผลดีให้กับประเทศไทยในระดับมหภาค เช่น การเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจ ลดอัตราการว่างงานลง และช่วยให้เกิดความเสมอภาค ทางสังคมโดยรวม อย่างไรก็ตามปัญหาหลักของเยาวชนนอกระบบการศึกษา ประกอบด้วย (1) ปัจจัยทางเศรษฐกิจและครอบครัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทําให้เด็กต้องออกจากโรงเรียนเพื่อช่วยหารายได้เสริมให้กับครอบครัว (2) ความไม่สอดคล้องของระบบการศึกษากับความต้องการของผู้เรียน ทําให้เด็กบางส่วนรู้สึกว่าโรงเรียนที่ตนศึกษานั้นไม่ตอบโจทย์อนาคตของตนเอง (3) การขาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาทางเลือกและการฝึกอบรมอาชีพที่เหมาะสม เนื่องจากอาศัยอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง และ (4) ปัจจัยทางสังคม เช่น ปัญหาครอบครัว ยาเสพติดและการตั้งครรภ์ในเด็กวัยรุ่น (Desk, 2022) การแก้ปัญหานี้ควรเน้นที่การพัฒนาการศึกษาทางเลือก สนับสนุนศูนย์การเรียนรู้และการฝึกอบรมอาชีพตามสมรรถนะที่ต้องการ รวมถึงนโยบายจ้างงานที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อให้เยาวชนเหล่านี้สามารถกลับเข้าสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ (UNESCO, 2023)

ด้วยเหตุนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนการดําเนินงานตามมาตรการที่ 4 มาตรการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการภาคเอกชนในการช่วยจัดการศึกษาหรือจัดการเรียนรู้ ได้ผลผลิตและเกิดผลลัพธ์ที่สําคัญอันนําไปสู่การส่งเสริมและขยายผลเพื่อหาแนวทางการมีส่วนร่วมของเครือข่ายผู้ประกอบการ ภาคเอกชน ในการลดความเหลื่อมล้ําทางการศึกษา ภายใต้มาตรการขับเคลื่อนประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ตามนโยบายของรัฐบาล ดังนั้น จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสังเคราะห์ข้อมูลทั้งในและต่างประเทศและถอดบทเรียนจากภาคเอกชนทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ของประเทศไทยเพื่อส่งเสริมและขยายผลหาแนวทางการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคเอกชน ในการลดความเหลื่อมล้ําทางการศึกษาของประเทศไทยในอนาคต ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนการดําเนินงานตามมาตรการที่ 4 มาตรการส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของผู้ประกอบการภาคเอกชนในการช่วยจัดการศึกษาหรือจัดการเรียนรู้ เพื่อได้ผลผลิตและเกิดผลลัพธ์ที่สําคัญอันนําไปสู่การส่งเสริมและขยายผล เพื่อหาแนวทางการมีส่วนร่วมของเครือข่ายผู้ประกอบการ ภาคเอกชนในการลดความเหลื่อมล้ําทางการศึกษา ภายใต้มาตรการขับเคลื่อนประเทศไทย

ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนการดําเนินงานตามมาตรการที่ 4 มาตรการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการภาคเอกชนในการช่วยจัดการศึกษาหรือจัดการเรียนรู้ เพื่อได้ผลผลิตและเกิดผลลัพธ์ที่สําคัญอันนําไปสู่การส่งเสริมและขยายผล เพื่อหาแนวทางการมีส่วนร่วมของเครือข่ายผู้ประกอบการ ภาคเอกชนในการลดความเหลื่อมล้ําทางการศึกษา ภายใต้มาตรการขับเคลื่อนประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ตามนโยบายของรัฐบาล

วัตถุประสงค์

1. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์รูปแบบความร่วมมือที่เป็นไปได้ระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการจัดการศึกษา ผ่านแนวทางความร่วมผลิตระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Co-Production) โดยมุ่งเน้นไปที่การฝึกอบรม (Training) และการจ้างงาน (Employment) ความร่วมมือทางการเงิน (Co-Finance) ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ การท่องเที่ยว การเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร การบริการ การบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขและการค้าปลีก
2. เพื่อศึกษาแรงจูงใจ ความต้องการ ปัญหาและอุปสรรคของภาคเอกชน ตามขนาดของธุรกิจ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ในการส่งเสริมการเข้าร่วมโครงการที่จะมาร่วมขับเคลื่อนประเทศไทย
เพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์(Thailand Zero Dropout)
3. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์กรณีตัวอย่าง การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาทักษะแรงงาน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นแนวทางการยกระดับทักษะ (Up-skill) และแนวทางการพัฒนา เพื่อปรับทักษะใหม่ (Re-skill) สําหรับเด็กและเยาวชนในระบบและนอกระบบการศึกษา