Equity lab ร่วมกับ สำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา โดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดกิจกรรม Equity Opportunity Day เปิดพื้นที่ชวนนวัตกร ร่วมบ่มเพาะนวัตกรรม ‘แนะแนวการศึกษา’ ปีที่ 2 ใน 3 โรงเรียน จังหวัดลำปาง หลังจากที่ได้ทดลองนำร่องโครงการในโรงเรียนพื้นที่จังหวัดระยอง ภายใต้โครงการการบ่มเพาะนวัตกรรมเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ เพิ่มโอกาสทางการศึกษาต่อของเด็กและเยาวชนและส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้ก้าวไปสู่เป้าหมายและเส้นทางของตนเองที่ใช่ ผ่านนวัตกรรมหรือหลักสูตรการแนะแนวที่ใช้ในการค้นหาและรู้จักตนเอง และรู้จักอาชีพใหม่ๆ อาชีพที่มีความต้องการในพื้นที่บ้านเกิดของตนเอง รวมถึงเข้าถึงแหล่งข้อมูลการศึกษาต่อ และข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการศึกษาต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กและเยาวชนก่อนช่วงชั้นรอยต่อ (มัธยมศึกษาตอนต้น) ที่อาจมีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยมีครูแนะแนวเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินการและผลักดันเด็กและเยาวชนไปสู่เป้าหมาย และมีการสวัดผลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ในเชิงพฤติกรรมเด็กและเยาวชนมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น มีความสนใจในเรื่องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามีความสนใจในเรื่องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามากขึ้น


การริเริ่มโครงการเป็นการดำเนินการทดลองนำร่อง ภายใต้การหยิบยกผลวิจัยจาก “โครงการวิจัยเพื่อสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์” ของสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มาเป็นสารตั้งต้น ซึ่งจากผลวิจัย พบว่า การไม่รู้ความถนัดของตนเองและไม่มีเป้าหมาย การเข้าไม่ถึงแหล่งข้อมูล ทุนการศึกษาและการกู้ยืมเพื่อการศึกษา ทัศนคติที่มีต่อความสำคัญในเรื่องการศึกษา ความมุ่งมั่นส่วนตัวและกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ ดังนั้นการแนะแนวจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่จะสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนตัดสินใจเข้าศึกษาต่อในระดับสูงกว่าภาคบังคับ และช่วยให้มีทางเลือกเส้นทางชีวิตมากยิ่งขึ้น
ในปี 2568 นี้ Equity Lab ร่วมกับสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา และเหล่านวัตกร ได้แก่ a-chieve, We Space และ FamSkoolได้มุ่งเป้าดำเนินงานกับเด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมาย 3 โรงเรียนในจังหวัดลำปาง ประกอบไปด้วย โรงเรียนทุ่งอุดมวิทยา, โรงเรียนเวียงมอกวิทยา และโรงเรียนสบปราบวิทยาคม ในการพัฒนานวัตกรรมหรือหลักสูตรสำหรับการแนะแนวในหลากหลายมิติ
มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการลดช่องว่างทางการศึกษา และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา

3 นวัตกร ผู้ร่วมพัฒนานวัตกรรม เพื่อเพิ่มคุณภาพการแนะแนว
a-chieve, We Space และ FamSkool เหล่านวัตกรผู้มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาด้านการศึกษามาอย่างยาวนาน ได้นำเสนอนวัตกรรมที่มีจุดแข็งแตกต่างกันเพื่อเชื่อมต่อช่องว่างทางการแนะแนวตามบริบทและสถานการณ์ปัญหาของแต่ละโรงเรียน
a-chieve : มุ่งเน้นในการพัฒนา ‘ระบบนิเวศของการแนะแนว’ โดยการสร้างเว็บไซต์ เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาที่ครูแนะแนวต้องเผชิญ เช่น การสร้างแผนการสอนที่พร้อมใช้งานทันสมัยและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยลดภาระงานในการเตรียมสอนของคุณครูและการวิเคราะห์ประมวลผลจากการทำแบบทดสอบของ
นักเรียน ซึ่งเป็นแนวทาง (Guildline) เริ่มต้นที่จะทำให้คุณครูเข้าใจนักเรียนได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะ ‘แบบทดสอบด้านอารมณ์’ ที่คุณครูมองว่า ตอบโจทย์ปัญหาที่ต้องเผชิญในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี และเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ปัญหาอย่างตรงจุดมากที่สุด

We Space : นวัตกรที่ประสบความสำเร็จจากการทำโครงการกับโรงเรียนในจังหวัดระยองเมื่อปีที่ผ่านมา กลับมาร่วมโครงการอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายมุ่งสร้างเครื่องมือเพื่อให้นักเรียนได้ค้นหาความชอบ ความถนัด และเป้าหมายของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมการเทรนนิ่งหรืออบรมร่วมกับครูแนะแนวและการปรับใช้เครื่องมือที่พัฒนาให้เข้ากับบริบท อายุ และจำนวนของนักเรียนแต่ละโรงเรียน รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้านการศึกษาต่อ อาชีพ และเรื่องราวเกี่ยวกับท้องถิ่น ให้สามารถเข้าถึงได้สะดวกขึ้น พร้อมทั้งส่งต่อหลักการสำคัญที่ช่วยประเมินความชอบ ความถนัด และคุณค่าที่นักเรียนแต่ละคนให้ความสำคัญ สำรวจข้อมูลอาชีพในด้านต่างๆ อย่างรอบด้าน, สร้างเสริมประสบการณ์จากการลงมือทำจริง และก้าวสู่อาชีพ เป้าหมายผ่านการฝึกงานและทำงานจริง


FamSkool : นวัตกรกลุ่มนี้มุ่งเป้าในการพัฒนาความสัมพันธ์และการสื่อสาร ซึ่งจะเป็น ‘รากฐาน’ สำคัญ ในการขับเคลื่อนทัศนคติและพฤติกรรมของนักเรียน มุ่งสร้างทักษะให้ครู โดยติดตั้งองค์ความรู้ แนวคิด พร้อมทั้งเครื่องมือต่างๆ โดยมีหลักการ ‘จิตวิทยาเชิงบวก’ เป็นพื้นฐาน ทั้งในเรื่องมุมมองและการสื่อสาร ช่วยพัฒนาการสื่อสารของครูให้มีความเข้าอกเข้าใจนักเรียนในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสื่อสารกับนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยออกแบบหลักสูตรที่ทำให้นักเรียน คุณครู และครอบครัว ได้มีโอกาสสร้างปฏิสัมพันธ์ด้วยกัน มุ่งสร้างผลลัพธ์ให้นักเรียน เกิด Sense of Belonging หรือความรู้สึกถึงการมีที่ปรึกษา มีคนเข้าใจ และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และนำไปสู่การแนะแนวต่อไป

สะท้อนปัญหาเชิงลึกด้านการแนะแนวการศึกษา
ตัวแทนคุณครูทั้ง 3 โรงเรียนของจังหวัดลำปาง ร่วมแบ่งปันข้อมูลแบบเชิงลึก (Insight) จากประสบการณ์ตรงของตนเอง พร้อมทั้งความคาดหวังว่านวัตกรรมจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ อาทิ
– นักเรียนชั้นมัธยม 6 รู้สึกสับสนในเลือกเส้นทางชีวิต แม้จะมีความพร้อมด้านทุนทรัพย์ แต่กลับไม่รู้เป้าหมายหรืออาชีพที่อยากทำในอนาคต ขณะที่นักเรียนอีกจำนวนหนึ่ง มีเป้าหมาย แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือรายละเอียดเชิงลึกทางด้านอาชีพได้อย่างครอบคลุม และไม่รู้ว่าจะต่อยอดความรู้ของตัวเองได้อย่างไร
– หลายโรงเรียนขาดแคลนคุณครูแนะแนวที่ชำนาญและเชี่ยวชาญในการแนะแนวจริงๆ ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย เช่น จำนวนคุณครูที่ไม่เพียงพอ การจัดสรรทรัพยากรครูไปแนะแนวการศึกษาที่ไม่ได้คำนึงถึงทักษะ ความสามารถในการแนะแนวของครูโดยตรง
– ขณะที่ประเด็นร่วมของทุกโรงเรียน คือ เรื่องสภาพจิตใจและอาการซึมเศร้าของนักเรียน ที่ครูมองว่าส่งผลต่อทัศนคติและพฤติกรรมการไม่เข้าเรียนของนักเรียน ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การเลี้ยงดูและการสื่อสารของครอบครัวหรือคนใกล้ชิด
– อีกหนึ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจของนักเรียนโดยตรง คือ ควรมีการดำหนดมาตรฐานที่เหมาะสมและพอดีสำหรับครูทุกคนในการเฝ้าสังเกตการณ์นักเรียนเพื่อป้องกันการแสดงออกพฤติกรรมทางกายและวาจาที่รุนแรงเกินไปและไม่ตัดสินนักเรียน ซึ่งจะส่งผลดีทำให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยและกล้าที่จะปรึกษาเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรม Equity opportunity Day เป็นการเปิดพื้นที่ให้เหล่านวัตกรและครูที่เป็นผู้ใช้งาน(User) มาสะท้อนปัญหาในบริบทแต่ละโรงเรียนร่วมกัน และเพื่อออกแบบกระบวนการหรือนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาในแต่ละบริบทอย่างตรงจุดและตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากที่สุด ภายหลังจากนี้ทางนวัตกรและครูแต่ละโรงเรียนจะดำเนินการร่วมกันผ่านการลงพื้นที่ และพัฒนานวัตกรรม ภายใต้กรอบระยะเวลาดำเนินการที่กำหนด เพื่อให้เกิดผลลัพธ์สูงสุดแก่เด็กและเยาวชน
