Movement

ทุน Slam Dunk ทุนการศึกษาสำหรับนักบาสเกตบอล เติมฝันจากการ์ตูนสู่ชีวิตจริง

ในยุคนี้ เราอาจจะได้เห็นน้องๆ วัยประถมจนไปถึงมัธยม หรืออาจจะไปถึงระดับมหาลัย ใส่เสื้อตราหมากรุกสีเขียวเข้มสลับกับสีดำที่มาจากตัวเอกเรื่องดาบพิฆาตอสูร (Kimetsu no Yaiba) หรือใส่เสื้อแจ๊คเก็ตสีกากีที่มีตราปีกนกด้านหลังตามตัวละครในเรื่องผ่าพิภพไททัน  (Attack on Titan) ตามสถานที่ต่างๆ ที่คนวัยทำงานจะมีโอกาสจะพบเจอได้เสมอ เช่น บนรถไฟฟ้า รถประจำทาง และแน่นอนในโรงเรียน 

ด้วยกระแสที่มาแรงจนเป็นอะไรที่ทุกคนต้องได้ดู และต้องเป็นส่วนหนึ่งของมัน ทำให้บางโรงเรียนถึงกับออกกฏห้ามใส่ชุดเหล่านี้ในโรงเรียน ซึ่งกฏที่ว่าก็มาจากจากความเห็นของคุณครูและผู้ปกครองหลายท่านที่เคยเป็นเด็กมาก่อนเช่นกัน

ในช่วงต้นศตวรรษ 90 มีการ์ตูนกีฬาเรื่องหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูง พาให้เด็กๆ ช่วงนั้นลุกขึ้นมาเล่นกีฬายัดห่วงกันทั้งห้องเรียน นั่นก็คือ Slam Dunk การ์ตูนที่ว่าด้วย ซากุระงิ ฮานามิจิ เด็กหนุ่มผมแดง (ในตอนต้น) ผู้ตามความฝันการเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลอย่างจริงจัง โดยผ่านอุปสรรคน้อยใหญ่มากมาย ถึงแม้จุดเริ่มต้นของการเล่นบาสฯ จะเพียงเพราะต้องการพิชิตใจสาวก็ตาม 

แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของทั้งมังงะ และอนิเมะ นั่นก็คือมีเพื่อสร้างความบันเทิง ความสนุกสนาน แต่ในกรณีศึกษาเรื่อง Slam dunk นี้ เด็กๆ จะได้รู้จักการเติบโตจากความผิดหวัง จิตวิญญาณของความเป็นทีม ความยืดหยุ่นในการจัดการปัญหา และที่สำคัญมิตรภาพระหว่างเพื่อน ซึ่งเป็นประเด็นหลักในการสื่อสารของการ์ตูนญี่ปุ่นทุกยุคเสมอ

รายละเอียดข้างต้นจะเหมือนเป็นพิมพ์เดียวกันกับเรื่องที่นักวิชาการทางการศึกษาพยายามสื่อสารให้บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองเข้าใจเกี่ยวกับทักษะด้าน soft skill ต่างๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจ การเข้าสังคม เพื่อส่งผลให้กับเด็กให้มีพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย

นอกจากตัวละครหลักอย่างซากุระงิ ฮานามิจิ นักเรียนที่เต็มไปด้วยพรแสวงแล้ว อีกคนที่น่ากล่าวถึงคืออาจารย์อันไซ คนที่มีความเป็นครูสูงจนกลายเป็นน้ำเย็นคอยดับความร้อนให้กับลูกศิษย์และลูกทีม

บทบาทของความเป็นครูที่มีภารกิจในการพาเด็กๆ ไปถึงฝั่งฝัน ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ผ่านอาจารย์อันไซ ที่แม้จะถูกซากุระงิจะลามปามเป็นประจำก็ไม่ได้เก็บเอามาขุ่นเคืองใจ แต่กลับเลือกใช้วิธีท้าดวลฝึกพื้นฐานบาสเก็ตบอลอย่างเข้มงวดแบบ 1 ต่อ 1 ให้กับตัวเอกที่มีนิสัยชอบเอาชนะ ซึ่งหลังจากการฝึกต่างๆ ทั้งการยืนชู๊ดธรรมดาจนครบ 20,000 ครั้ง การฝึกทำแต้มแบบสามัญของกีฬาบาสเกตบอลในทุกรูปแบบ ในที่สุด ซากุระงิ ฮานามิจิ ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมโดยสมบูรณ์ หรือกระทั่งตอนที่ทีมเริ่มมีปัญหาไม่ลงรอยกันทำให้ฟอร์มการเล่นตก อาจารย์อันไซก็มีกลยุทธ์ในการปรับความเข้าใจกัน ให้เห็นเป้าของทีม โดยยอมมองข้ามเรื่องบาดหมางส่วนตัวไป 

จากตัวอย่างด้านบน นับว่าการ์ตูนบางเรื่องรับบทบาทเป็นสื่อการสอนนอกเวลาได้ไม่มากก็น้อย มากกว่าการสร้างความสนุก และแรงบันดาลใจ แต่ดูเหมือน Slam dunk จะต่อยอดไปได้ไกลกว่านั้น เพราะนับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา อาจารย์อิโนอุเอะ ทาเคฮิโกะ (Inoue Takehiko) ผู้เขียน Slam Dunk ได้จัดตั้งทุนการศึกษา Slam Dunk ขึ้นเพื่อส่งเสริมนักกีฬาบาสเก็ตบอลโรงเรียนที่ไม่อยากจบความฝัน ให้สามารถพัฒนาทักษะของตัวเองไปจนเป็นผู้เล่นในระดับมืออาชีพในลีคของอเมริกาได้ ด้วยการออกค่าเล่าเรียนทั้งหมด ทั้งค่าเรียนปรับทักษะก่อนเข้าเรียน ค่าครองชีพต่างๆ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการลงแข่งทั้งหมด

แม้ว่าทุนการศึกษานี้จะถูกพักการดำเนินการไปเพราะสถานการณ์ Covid -19 หากนับตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึง 2019 มีผู้ถูกคัดเลือกเป็นจำนวน 15 คน ที่ได้ทุนการศึกษานี้ไปแบบทุนให้เปล่า เพื่อใช้การฝึกฝนตนเองอย่างจริงจัง ตามความฝันที่ไม่ควรทิ้งไปเพียงเพราะมีข้อจำกัดต่างๆ ถึงจะเป็นมังงะไม่กี่เรื่องที่ต่อยอดได้มาไกลขนาดนี้ แต่ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า นอกจากสร้างมอบความสนุกและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านแล้ว ยังสามารถต่อยอดไปได้อย่างเป็นรูปธรรมด้วยทุนการศึกษาให้เปล่าจากภาคเอกชน

อ้างอิง

related post